แรงงานข้ามชาติ (ที่ถูกต้อง)กว่าหมื่น ประชากรที่ถูกมองข้ามในปัตตานี

January 18, 2019

#แรงงานข้ามชาติ เป็นกลุ่มผู้คนที่อาศัยอยู่ใน #สามจังหวัดภาคใต้ ที่อาจจะเรียกได้ว่าถูกมองข้ามมากที่สุดกลุ่มหนึ่งก็ว่าได้ ทั้งที่อันที่จริงแล้วผู้คนเหล่านี้เข้ามาเป็นคนขับเคลื่อนการทำงานหลายอย่างในพื้นที่ แรงงานข้ามชาติในปัตตานีส่วนใหญ่จะทำงานด้านประมงและงานต่อเนื่อง รองลงมาคืองานก่อสร้างและรับจ้างทั่วไป

ก่อนหน้านี้เคยมีผู้พบแรงงานพม่าเข้ามาทำงานให้บริการนวดแผนโบราณในปัตตานีก็มี ปริมาณของแรงงานข้ามชาตินั้น เห็นได้ชัดจากการที่ปัตตานีมีตลาด “อินโดจีน” ที่ดูเหมือนจะให้บริการพวกเขาเป็นหลัก บนถนนสายสามัคคีสาย ข ในตัวเมืองก็มีสถานที่ที่เป็นบ้านพักของแรงงานข้ามชาติกลุ่มใหญ่ที่หมุนเวียนกันออกไปทำงานก่อสร้าง ในช่วงเวลาที่มีเหตุการณ์รุนแรง ก็ยังมีแรงงานข้ามชาติติดร่างแหถูกสังหารไปด้วย แต่เรื่องของแรงงานข้ามชาติในปัตตานีดูจะถูกกระแสเหตุการณ์รุนแรงกลบไปจนไม่มีรายงานมากนัก

ข้อมูลจากนายพลากร อรุณมาศ นักวิชาการชำนาญการ สำนักงานจัดหางาน จังหวัดปัตตานีระบุว่า เฉพาะใน #ปัตตานี มีแรงงานข้ามชาติที่ลงทะเบียนแล้ว 12,974 คน ในจำนวนนี้ประมาณ 7,000 เป็นพม่า อีกราว 5,000 คนเป็นชาวกัมพูชา นอกเหนือจากนั้นมาจากลาวและที่อื่นๆ นี่เป็นตัวเลขของผู้ที่อยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด้านแรงงานจัดเสวนาโต๊ะกลม มีการนัดตัวแทนแรงงานข้ามชาติเฉพาะในปัตตานีไปทำความเข้าใจกับกฎหมายใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานข้ามชาติในไทย มีตัวแทนแรงงานไปร่วมประชุมไม่ต่ำกว่า 40 คน

กฎหมายใหม่ที่ว่านี้ก็คือพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวพ.ศ. 2560 และแก้ไขเพิ่มเติม 2561 มีข้อกำหนดหลายอย่างที่สรุปแล้วคือจะช่วยไม่ให้แรงงานถูกเอารัดเอาเปรียบมากไป รวมทั้งป้องกัน #การค้ามนุษย์

ตามกฎหมายนั้นแรงงานข้ามชาติต้องขึ้นทะเบียน เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ มีข้อกำหนดบางอย่างที่ต่างไปจากเดิม เช่นลูกจ้างไม่ต้องพกใบอนุญาตทำงานตลอดเวลา แต่ต้องสามารถแสดงใบอนุญาตทำงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนได้ภายในเวลาอันสมควร การเปลี่ยนนายจ้าง ประเภทงาน ท้องที่ ลูกจ้างไม่ต้องไปแจ้งที่สำนักงานจัดหางาน แต่ต้องแจ้งต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และยังมีบทกำหนดห้ามมิให้บุคคลใดยึดเอกสารใบอนุญาตทำงาน ทั้งหมดนี้เคยเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ถูกเอาเปรียบอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ที่มา https://www.facebook.com/1974596986168129/photos/a.1975886346039193/1987030258258135